ผ่าน-ไม่ผ่าน! สรุปผลงาน ทีมชาติไทย ในศึก เอเชียนเกมส์ 2018

Home / ข่าวกีฬา / ผ่าน-ไม่ผ่าน! สรุปผลงาน ทีมชาติไทย ในศึก เอเชียนเกมส์ 2018
เอเชียนเกมส์ 2018

เรียกได้ว่าปิดจ็อบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ ทีมชาติไทย ในศึก เอเชียนเกมส์ 2018 ประเทศอินโดนีเซีย โดยคว้าไปทั้งสิ้น 11 เหรียญทอง 16 เหรียญเงิน และ 46 เหรียญทองแดง อยู่อันดับ 12 ของทุกชาติที่เข้าแข่งขัน และนี่คือสรุปผลงานทัพนักกีฬาไทยในทัวร์นาเม้นท์นี้

ผลงานโดยรวมของ ทีมชาติไทย ถือว่าตกจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ (20 เหรียญทอง) ไปเยอะ นับเป็นผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดใน เอเชียนเกมส์ 6 ครั้งหลังสุด

ก่อนที่ทัวร์นาเม้นท์ดังกล่าวจะเริ่มขึ้น สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ตั้งเป้าเหรียญทองเอาไว้ที่ 20 เหรียญ แบ่งเป็น ตะกร้อ 4 เหรียญทอง , มวยสากลสมัครเล่น 2 เหรียญทอง , กอล์ฟ 2 เหรียญทอง , เทควันโด 2 เหรียญทอง , ยกน้ำหนัก 2 เหรียญทอง และ ยิงเป้าบิน , เจ็ตสกี , เรือพาย , เรือใบ , ปันจักสีลัต , ยูยิตสู , บริดจ์ และ กีฬาทางอากาศ ประเภทละ 1 เหรียญทอง

ขณะที่กีฬามหาชนอย่าง ฟุตบอล ได้ตั้งเป้าเข้ารอบให้ลึกที่สุด หลังทำผลงานได้ดีในครั้งที่ผ่านมา ส่วน ฟุตบอลหญิง ตั้งเป้าสร้างประวัติศาสตร์ในการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

โดยปีนี้ ไทย ได้เหรียญทองจาก

ตะกร้อ 4 เหรียญ
เทควันโด 2 เหรียญ 
กีฬาทางอากาศ 2 เหรียญ 
จักรยาน 1 เหรียญ 
เจ็ตสกี 1 เหรียญ 
ยิงเป้าบิน 1 เหรียญ

จากผลงานดังกล่าว มีเพียง ตะกร้อ , เทควันโด , เจ็ตสกี และ ยิงเป้าบิน ที่ทำได้ตามเป้า ขณะที่ กีฬาทางอากาศ ทำได้สูงกว่าเป้า 1 เหรียญทอง กับอีก 1 เหรียญเงิน นอกนั้นไปไกลที่สุดแค่เหรียญเงิน

นอกจากนี้ นักวอลเลย์บอลสาวไทย ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยม คว้าเหรียญเงินมาครอง หลังพ่ายให้กับ จีน 0-3 เซต

มาที่ประเภทกีฬาที่ล้มเหลวกันบ้าง มวยสากลสมัครเล่น คือหนึ่งในนั้น พวกเขามีโอกาสทำผลงานได้เกินเป้า หลังทะลุผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศถึง 6 รุ่น แต่สุดท้ายพากันจอดที่รอบนี้แทบทั้งหมด รวมแล้ว มวยสากลสมัครเล่น ทำได้เพียง 1 เหรียญเงิน กับอีก 5 เหรียญทองแดงเท่านั้น

อีกประเภทกีฬาที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ ฟุตบอล นั่นเอง เรียกได้ว่า “สอบตก” ทั้งชาย และหญิง โดยเฉพาะ ฟุตบอลชาย ที่เข้าสู่รอบรองชนะเลิศเมื่อหนที่แล้ว แม้จะมีทีมร่วมสายที่โหดพอตัวอย่าง การ์ต้า และ อุซเบกิสถาน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเข้ารอบต่อไปได้ ด้วยผลงาน เสมอ 2 แพ้ 1 และจบด้วยการสังเวยด้วยการปลด “โค้ชโย่ง” วรวุฒิ ศรีมะฆะ หลังเดินทางกลับไทย

ส่วน “ชบาแก้ว” ฟุตบอลหญิง เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายแบบทุลักทุเล ด้วยการเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ก่อนจะพ่าย จีน เละเทะ 0-5 แต่นั่นก็ถือเป็นบททดสอบและบทเรียนที่ดีสำหรับ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ในการนำไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อเข้าไปเล่นในทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ที่รอพวกเธออยู่

การจบด้วยอันดับที่ 12 นับเป็นผลงานที่แย่ที่สุดสำหรับทัพนักกีฬาไทยใน เอเชียนเกมส์ 6 ครั้งหลังสุด ก่อนหน้านี้ ทีมชาติไทย ทำได้ดีกว่านี้ ไล่ไปตั้งแต่ ครั้งที่ 13 คว้า 24 เหรียญทอง จบอันดับ 4 , ครั้งที่ 14 คว้า 14 เหรียญทอง จบอันดับ 6 , ครั้งที่ 15 คว้า 13 เหรียญทอง จบอันดับ 5 , ครั้งที่ 16 คว้า 11 เหรียญทอง จบอันดับ 9 และ ครั้งที่ 17 คว้า 12 เหรียญทอง จบอันดับ 6

ส่วนภาพรวม จีน ยังคงเป็นจ้าวเหรียญทอง 10 สมัยติดต่อกัน 132 เหรียญทอง 92 เหรียญเงิน 65 เหรียญทองแดง รองลงมาเป็น ญี่ปุ่น ในอันดับ 2 ทำได้ 75 เหรียญทอง 56 เหรียญเงิน 74 เหรียญทองแดง และ เกาหลีใต้ มาในอันดับ 3 ทำได้ 49 เหรียญทอง 58 เหรียญเงิน 70 เหรียญทองแดง

หวังว่าผลงานที่ไม่ค่อยตามเป้าหมายนี้ของทัพนักกีฬาไทยจะเป็นแรงผลักดันให้ นักกีฬาไทย พัฒนาฝีไม้ลายมือ เพื่อก้าวเป็นทีมชาติระดับแถวหน้าของทวีปเอเชียให้จงได้ เพราะไม่ใช่แค่เราที่พัฒนา แต่ชาติอื่นๆ ต่างก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน หวังว่าทัพนักกีฬาไทยจะสร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยอีกครั้งในเอเชียนเกมส์ 2022 ที่นครหางโจว ประเทศจีน